|

- UID
- 9035
- โพสต์แล้ว
- 1
- หัวข้อสำคัญ
- 0
- คะแนน
- 51
- เครดิต
- 51
- เงิน
- 0
- ทอง
- 0
- ระดับการใช้งาน
- 10
- ออนไลน์
- 0 ชั่วโมง
- ลงทะเบียนเมื่อ
- 2010-6-19
- เข้าสู่ระบบล่าสุด
- 2010-7-27
|
| การกระทำของนาย ก. ต้องการที่จะฆ่านาย A ซึ่งนาย ก. ย่อมรู้ดีว่าขณะที่ตนเองจะฆ่านั้น นาย A ยังมีชีวิตอยู่ ตาม ม. 59 ว.3 และความต้องการที่จะฆ่าของนาย ก. นั้น คือประสงค์ที่จะให้นาย A ซึ่งเป็นชู้กับภรรยาตนถึงแก่ความตาย ตาม ม.59 ว. 2 จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาประสงค์ต่อผลคือให้นาย A ถึงแก่ความตาย เมื่อการกระทำของนาย ก. ขณะที่ตนเองอยู่ในฐานะเป็นแพทย์ผู้รักษาชีวิตคน พิจารณาแล้วจะต้องรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะให้นาย A ถึงแก่ความตาย ดังนั้น เมื่อ นาย ก วางแผนที่จะฆ่านายA โดยการฉีดยาเข้าไปที่หัวใจอันใหม่ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนให้นายA เพื่อไม่ให้หัวใจทำงานได้โดยที่ไม่มีผู้ใดในห้องผ่าตัดรู้ถึงการกระทำของนาย ก เลยนั้น เป็นการกระทำโดยการไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289(4) และเมื่อเปลี่ยนหัวใจอันใหม่เรียบร้อยหัวใจก็ไม่ทำงาน ตามความประสงค์ของนาย ก. แต่หลังจากที่นาง B มารดาให้คณะแพทย์นำหัวใจของตนไปเปลี่ยนให้กับนายA โดยเปลี่ยนคณะแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดใหม่ด้วย ผลปรากฏว่าประสบความสำเร็วหัวใจทำงานได้ปกติ นาย A รอดชีวิต นั้น แม้ในทางพิจารณาจะได้ความว่านาย A ยังไม่ตายตามความประสงค์ของนาย ก. นาย ก. จึงรับผิดต่อนาย A ในความผิดฐานพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อาญา ม. 289(4), 59, 80 สำหรับนาง B เป็นการฆ่าตัวตายไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด อีกทั้ง นาย ก. ก็ไม่สามารถเล็งเห็นได้ว่าการกระทำของตนจะทำให้นาง B ฆ่าตัวตาย จึงไม่มีความรับผิดต่อนาง B (พิจารณาให้ด้วยครับ) |
|