ติวเนติ

กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

เที่ยวทัวไทย เที่ยวเมืองกาญจนบุรี

              

  สวัสดีครับพี่ๆน้องๆเพื่อนๆชาวม่วนซื่นดอทคอมทุกท่านครับ วันนี้พาเที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน ผมจะพาทุกคนรู้จักกับจังหวัดกาญจนบรีครับ

จังหวัด กาญจนบุรี

กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 129 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19,483.148 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา มีทั้งป่าโปร่งและป่าดงดิบ มีแม่น้ำสำคัญ 2 สายคือ  แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ซึ่งไหลมาบรรจบกันบริเวณตัวเมืองกาญจนบุรี เป็นแหล่งก่อเกิดอารยธรรม และมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย

   อาณาเขตและการปกครองของจังหวัด กาญจนบุรี
ทิศเหนือ ติดต่อกับสหภาพพม่า
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับสหภาพพม่า

กาญจนบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอและ 2 กิ่งอำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอเลาขวัญ อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอทองผาภูมิ อำเภอด่านมะขามเตี้ย กิ่งอำเภอหนองปรือและกิ่งอำเภอห้วยกระเจา

   การเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี
1.เดินทางโดยรถยนต์ ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนีผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

2.เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
-รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04.00-20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02-534-5557-8
-รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้รถปรับอากาศชั้นหนึ่งออกทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.10-20.30 น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-435-1200,02-434-7192

3.เดินทางโดยรถไฟ ออกจากสถานีรถไฟบางกอกน้อย วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.50 น.และ 13.45 น. แวะจอดที่สถานีกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ท่ากิเลน สถานีน้ำตก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-411-3102.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรีโบราณสถานพงตึก มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าจังหวัดกาญจนบุรีเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 6-7) ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยอมราวดีและทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พงตึก เมื่อปี พ.ศ.2478 เช่น ตะเกียงทองสัมฤทธิ์โรมันพระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปี พ.ศ.2478 ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดียได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นค้นโบราณวัตถุที่พงตึกเพิ่มเติมและยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว พงตึกอยู่ในเขตอำเภอท่ามะกาห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางใต้ประมาณ 38 กิโลเมตร ถนนเข้าพงตึกจะแยกจากถนนแสงชูโต ข้ามสะพานจันทรุเบกษาแล้วเลี่ยวขวาไปวัดดงสัก ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงโบราณสถานพงตึกนี้
พระแท่นดงรัง เดินทางโดยแยกเข้าไปจากตลาดท่าเรือประมาณ 10 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้เป็นวัดโบราณซึ่งมีแท่นหินขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกว่า เป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าประชวรและเสด็จดับขันธปรินิพพานที่นี่ ทุกๆปีจะมีงานนมัสการอย่างมโหฬารประมาณกลางเดือน 4 ของไทย
อุทยานมัจฉาวังสังกะวาส อยู่ในบริเวณวัดหวายเหนียว ตำบลหวายเหนียว อุทยานแห่งนี้มีปลาสังกะวาสอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยาก อีกทั้งยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปอีกด้วย.
   เทศกาลและงานประเพณีของจังหวัด กาญจนบุรี
รำเหย่ย เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวกาญจนบุรีมาแต่บรรพกาลราวๆ 500 ปีเศษมาแล้ว จะเล่นกันในเทศกาลตรุษสงกรานต์ ปีใหม่เป็นต้น วิธีการเล่นคือ ฝ่ายชายฝ่ายหญิงยืนล้อมวงกัน มีการร้องนำ ร้องแก้ และลูกคู่ ร้องรับพร้อมปรบมือเป็นจังหวะ ขณะร้องแก้นั้นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะออกมาร่ายรำทีละคู่เปลี่ยนกันไป มีกลองยาวหนึ่งวง การแต่งกายชายจะนุ่งโจงกระเบน ใส่เสื้อคอกลมผ้าขาวม้าพาดไหล่ หญิงแต่งชุดไทยห่มสไบเฉียง ปัจจุบันนิยมเล่นกันในเขตท้องที่อำเภอพนมทวนเท่านั้น
งานสัปดาห์ข้ามแม่น้ำแคว จัดขึ้นทุกปีในราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการแสดงนิทรรศการทางประวิติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและการแสดงแสงและเสียงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว
งานวันชาวเรือ ชาวแพ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่บริเวณถนนสองแควริมน้ำหน้าเมือง ภายในงานมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน การแสดงมหกรรมลูกทุ่ง นิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และการแข่งขันกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ อาทิเช่น การแข่งเรือยาว เรือเร็ว เจ็ตสกีเป็นต้น.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี (2)เขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 4 กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทิศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร บนทางหลวงสาย 3199 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร.02-436-3179
สวนเวลารำลึก เป็นสวนที่อยู่ภายในเขื่อนศรีนครินทร์ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้สร้างขึ้นมาเพื่อ เฉลิมพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรม ราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุครบ 90 พรรษา เมื่อวันที่ 21ตุลาคม 2533 สวนเวลารำลึกนี้เป็น สวนประติมากรรม บอกเวลาบนลานกว้างของพื้นที่สวน 30 ไร่ของเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงคุณค่าแห่งชีวิตที่ก้าวล่วงเวลาทุกนาทีที่ผ่านไป สมดังพระราชหฤทัยของ สมเด็จย่าที่ทรงตระหนักเป็นแน่แท้ว่า "เวลาเป็นของมีค่า" ซึ่งควรจะใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อย่างเต็มที่ ไม่ควรปล่อยให้ล่วงเลยไปอย่างไร้ประโยชน์ สัญลักษณ์แห่งสวนนี้จึงเป็นนาฬิกาแดด และลานรอบนาฬิกาแดดเป็นประติมากรรม คอนกรีตเสริมเหล็ก ทางเข้าจะเป็นบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ บนลานโดยรอบจะมีที่นั่งพักผ่อนเพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเขื่อนศรีนครินทร์.
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ มีเนื้อที่ 953,500 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ น้ำตกห้วยขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตรน้ำตกห้วยขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5 ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม–เมษายนการเดินทางไปน้ำตกห้วยขมิ้นโดยทางรถยนต์จะใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-เอราวัณ ผ่านถ้ำพระธาตุห้วยหมุด (วัดพุมุด) เข้าถึงบริเวณน้ำตกรวมระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ควรใช้รถที่มีสภาพดีมีกำลังขับเคลื่อนสูง หรือจะเช่ารถสองแถวจากตัวเมืองหรือที่ตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ หรือเดินทางเรือโดยลงเรือที่ท่าหม่องกระแทะหรือท่าเรือท่ากระดาน ซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 12 กิโลเมตร ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร.02-579-7223,02-579-5734.อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่งคือ ถ้ำธารลอดน้อยถ้ำธารลอดใหญ่ น้ำตกไตรตรึงษ์ น้ำตกธารเงิน น้ำตกธารทอง เขาไม้หอม เขากำแพง เขาพุร้อน และเขาสวรรค์หล่น อุทยานแห่งชาติ
เฉลิมรัตนโกสินทร์แห่งนี้มีเนื้อที่ 36,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2523 การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 97 กิโลเมตร เมื่อถึงจังหวัดกาญจนบุรีให้ขับตรงไปประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางกาญจนบุรี-ทุ่งมะสังข์ ประมาณ 23 กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3086 ผ่านอำเภอบ่อพลอยไปยังกิ่งอำเภอหนองปรือ เมื่อถึงตลาดหนองปรือจะมีป้ายบอกทางไปยังถ้ำธารลอดอีก 19 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย ถ้าใช้บริการรถประจำทาง มีรถประจำทางจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปยังตลาดหนองปรือ จากนั้นต้องเช่ารถสองแถวที่ตลาดหนองปรือไปยังอุทยาน ในเขตอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร.02-562-0760 วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น.วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.หรือ กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ โทร.02-579-7223,02-579-5734.
น้ำตกธารเงิน เป็นน้ำตกขนาดย่อมลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ถึง 7 ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ 35นาที ส่วนน้ำตกธารทองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 15 ชั้น ใช้เวลาเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯ ถึงชั้นแรกของน้ำตกประมาณ 25 นาทีเท่านั้น.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี (1)ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 55 กิโลเมตร ริมทางหลวงสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อการศึกษาวิจัย มีเส้นทางเดินเท้าผ่านลำธาร เนินธาร หน้าผา เพื่อให้ผู้คนสนใจได้ศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า โดยใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 3 ชั่วโมง ในบริเวณมีค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน ติดต่อล่วงหน้า 15 วัน โดยทำหนังสือถึงส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร.02-579-4847
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นป่าอนุรักษ์ผืนหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ 343,750 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2518 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ
-น้ำตกเอราวัณ เดิมมีชื่อว่าน้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องลาย ซึ่งเกิดจากยอดตาม่องลายในเทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลตามชั้นหินปูนเป็นระยะทางไกลถึง 1,500 เมตร ลดหลั่นเป็นเชิงชั้นราวขั้นบันไดธรรมชาติ สลับกับแอ่งน้ำสีเขียวมรกตตามฉบับน้ำตกหินปูนทั่วไป น้ำตกเอราวัณแบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆ ถึง 7 ชั้นด้วยกัน โดยชั้นที่ 2 ถือว่ามีสายน้ำทิ้งตัวลงจากลาดไหล่หินได้สวยงามที่สุด ส่วนชั้นที่ 5 มีลักษณะเป็นวังน้ำใหญ่ไหลเย็น และก้อนหินที่ถูกขัดเกลาผ่านกาลเวลามาอย่างเนินนาน ทว่าน้ำตกชั้นที่ 7 นั้นเอง ที่มีก้อนหินเหมือนตกลักษณะคลบ้างเศียรช้างเอราวัณ อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก ในฤดูฝน สายน้ำจะไหลแรงพุ่งตกลงมาจากเศียรช้าง และมีปริมาณน้ำมากจนมองเห็นได้จากระยะไกล ซึ่งในยามปกติจะสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวชมได้ครบทุกชั้น แต่ยามที่น้ำหลากอาจเที่ยวชมได้แค่ชั้นที่ 2 เท่านั้น นอกจากนี้ที่น้ำตกชั้นที่ 2 ได้มีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1 กิโลเมตร พร้อมป้ายสื่อความหมายเป็นระยะๆด้วย
-ถ้ำพระธาตุ อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 8 กิโลเมตร มีหินงอกหินย้อยงดงามมาก ที่แปลกคือเป็นหินที่โปร่งแสง การเข้าชมถ้ำพระธาตุ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ณ ที่ทำการ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางให้.
การเดินทางสามารถใช้ได้ 2 เส้นทางคือ เริ่มต้นจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติฯ รวมระยะทาง 66 กิโลเมตร
ถ้าเดินทางมาจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ตอนใต้ของน้ำตกไทรโยค น้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัด บริเวณเขื่อนท่าทุ่งนา ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3199 อีกประมาณ 30 กิโลเมตร.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรีบ่อพลอย อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 48 กิโลเมตร โดยสมาชิกสามารถเดินทางไปได้ 2 เส้นทางคือ ไปตามเส้นทางกาญจนบุรี-ลาดหญ้า ถึงกิโลเมตรที่ 17 มีทางแยกไปบ่อพลอยอีก 31 กิโลเมตร หรือเมื่อผ่านตัวจังหวัดกาญจนบุรีไปประมาณ 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางกาญจนบุรี-ทุ่งมะสังข์จนสุดเส้นทาง แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าอำเภอบ่อพลอย ระหว่างทางที่ผ่านเขตอำเภอบ่อพลอยจะเห็นเหมืองพลอยอยู่ทั่วไป ในตัวอำเภอบ่อพลอยมีร้านขายพลอยอยู่หลายร้าน พลอยที่ได้จากการทำเหมืองอุตสาหกรรมได้แก่ พลอยไพลิน นิลและบุษราคัม
โครงการพระราชดำริห้วยองคต ตั้งอยู่ที่ตำบลสมเด็จเจริญ เส้นทางหนองปรือ-ด่านช้างมีพื้นที่กว่าสองหมื่นไร่ ตั้งขึ้นเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาลุ่มแม่น้ำองคต สิ่งที่น่าสนใจในบริเวณนี้ได้แก่ สวนป่า และพลับพลาที่ประทับนอกจากนี้ยังมีการขุดพบซากโบราณสถาน เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณนี้ด้วย
   สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
เขื่อนวชิราลงกรณ เป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวเมืองลงไปทางใต้ประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญที่สุดในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำแม่กลอง ครอบคลุมพื้นที่ 3 ล้านไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ตัวเขื่อนกว้าง 117.50 เมตร ยาว 1,650 เมตร บริเวณเหนือเขื่อนมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก
วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อยู่ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้วเลี้ยวขวา ในวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะงดงามและอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยที่มีลวดลายสวยงามมาก
วัดถ้ำเขาน้อย อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือวัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆซึ่งมีศิลปะแบบจีนมีความสวยงามสะดุดตาโดยเฉพาะเก๋งจีนที่อยู่บนยอดเขา
   สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี
โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่อยู่ในเขตอำเภอพนมทวน ที่บ้านดอนเจดีย์ อยู่ห่างจาก ตัวเมืองกาญจนบุรี ไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-อู่ทองประมาณ 15 กิโลเมตร โดยผู้ที่จะไปชมจะต้องขับรถเลี้ยวซ้าย เข้าไปตรงทางแยกด้านขวามือหลังโรงเรียนวันทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2525 ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้ หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างและเครื่องม้า ฯลฯ เป็นจำนวนมากและซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีที่แท้จริง แต่ก็ยังหาหลักฐานยืนยันไม่ได้แน่ชัด.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี (2)ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี อยู่ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนระหว่างไทยกับพม่า ประมาณ 1 กิโลเมตร อาณาเขตของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลกินบริเวณกว้าง เนื่องจากเป็นถ้ำที่อยู่ในภูเขทั้งลูก ภายในยังแบ่งเรียกเป็นถ้ำต่างๆ อีก 4 ถ้ำ คือ ถ้ำวังบาดาล ถ้ำมรกต ถ้ำแก้ว และถ้ำสวรรค์บันดาล แต่ละถ้ำมีความสลับซับซ้อน สามารถเดินเชื่อมทะลุถึงกันได้หมดทุกถ้ำ ภายในมีหินย้อยรูปทรงต่างๆ งดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้ วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการจะเที่ยวชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป การเดินทาง ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ โดยเลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง ที่อยู่ก่อนด่านเจดีย์สามองค์ประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ 700 เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก 200 เมตร จะถึงบริเวณสำนักสงฆ์ที่เป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดของการเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์แห่งนั้น
เที่ยวป่าสังขละบุรี ป่าสังขละบุรีเป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง ผู้สนใจติดต่อล่วงหน้าที่บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 1 โทร.(034)511-200
น้ำตกคลีตี้ “คลีตี้” เป็นภาษากระเหรี่ยงแปลว่า "เสือโทน" มีต้นน้ำอยู่บนยอดเขาดีกะ ใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร การเดินทางไปน้ำตกคลีตี้บนต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2 วัน จากบ้านกระเหรี่ยงคลีตี้ และจะต้องมีลูกหาบและคนนำทาง ส่วนน้ำตกคลีตี้ล่าง อยู่เหนือทะเลสาบแควใหญ่บริเวณลำเขางู ใช้เวลาเดินทางเรือจากท่าเรือกระดานหรือท่าหม่องกระแทะ ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีพื้นที่อยู่ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ภูมิประเทศ เป็นภูเขาสลับ ซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย มีป่า เบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดงดิบ มีสัตว์ป่าหลายชนิด อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทาง ไปยังเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร ยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากสภาพถนน บางช่วงไม่ดี จากเส้นทางทอง ผาภูมิ สังขละบุรี บริเวณแยกห้วยเสือ ไปยังบ้านคลีตี้ ระยะทาง 42 กิโลเมตร ต่อจากนั้น มีทางแยก ไปที่ การเขตฯ ที่ห้วยซ่งไท้อีก 40 กิโลเมตร ผู้ที่จะไป ยังทุ่งใหญ่นเรศวร ต้องทำหนังสือ ขออนุญาต ล่วงหน้า ไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร สำนักงานป่าไม่ จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัด กาญจนบุรี 71000.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี (1)สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 220 กิโลเมตรและอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะตัดผ่านภูเขา เลียบทะเลสาบ เขื่อนเขาแหลม มองเห็นทัศนียภาพที่งดงาม อำเภอสังขละบุรีมีชาวมอญอาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” คือบริเวณที่ลำน้ำสามสายอันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่และห้วยรันตีไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
วัดวังก์วิเวการามหรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีประมาณ 3 กิโลเมตร มีวิหารริมแม่น้ำ ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามและเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งประชาชนชาวไทย ชาวมอญรวมทั้งกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเคารพนับถือ วัดวังก์วิเวการามเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ในปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ.2508 ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ และมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen in Thailand เป็นที่รู้จักในชื่อว่าวัดใต้น้ำสังขละบุรี วัดวังก์วิเวการาม ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า มีพระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมมอธ มีเจดีย์พุทธคยาจำลอง สร้างจำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดียโดยเริ่มก่อสร้าง พ.ศ.2518 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2529 สะพานมอญมีความยาวประมาณ 900 เมตร ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปด่านเจดีย์สามองค์อีก 18 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้ เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทย ในสมัยโบราณ ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่าต่อมาในปี 2472พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้ นอกจากนี้บริเวณด่านเจดีย์สาม องค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปชมตลาดชายแดนในเขตประเทศพม่าได้อีกด้วย
น้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ถูกปกคลุมด้วยป่าไผ่ ดงหวาย ดงเฟิร์นและไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์ บริเวณเทือกเขาตะนาวศรีแนวเขตชายแดนไทย-พม่า ในเขตสังขละบุรี ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่า ไหลเลาะเลื้อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดนสู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแควน้อย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่า ทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตา ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลานกว้าง มีน้ำตกไหลผ่านกระจายกันออกไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินลุยน้ำไปตามน้ำตกเพื่อขึ้นไปชมในชั้นสูงๆ ได้ การเดินทาง ขับรถจากทางแยก อำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ไปประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ริมถนนด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนลูกรังอีกประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างแคบและบางช่วงมีเนินสูงชัน และต้องตัดผ่านลำธารเป็นบางช่วง จึงควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรถกระบะในการเดินทาง เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 30 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก หากต้องการความสะดวก ควรติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางการเดินทางหรือว่าจ้างผู้นำทางจากชาวบ้านในเขตอำเภอสังขละบุรี หรือติดต่ออำเภอสังขละบุรี หรือติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยวที่มีการจัดนำเที่ยวในเส้นทางน้ำตกสายนี้
น้ำตกกระเต็งเจ็ง เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี เป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 36 ชั้น นักท่องเที่ยวจะต้องปีนป่ายผ่านสายน้ำขึ้นไปตามชั้นต่างๆ จนถึงชั้นบนสุด เมื่อขึ้นไปถึงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางกลับได้ โดยไม่ใช้ทางเดิม แต่เปลี่ยนเป็นเส้นทางเดินป่า ที่ยังคงสภาพป่าดิบอันสมบูรณ์ ระหว่างทางจะผ่านดงเฟิร์นที่กว้างใหญ่ตระการตา ผ่านป่าระกำไฟ ลิ้นจี่ป่า มะไฟป่าและต้นไม้ยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 13 คนโอบ ตลอดทางเดินจะได้ยินเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังก้องอยู่ในป่าตลอดเวลา จัดเป็นเส้นทางการเดินป่าที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง การเดินทางไปน้ำตกกระเต็งเจ็ง ใช้เส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี จนถึงอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณขวามือของถนน ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร นำรถจอดที่อุทยานฯ แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็จะถึงตัวน้ำตก การเดินทางควรติดต่อหาผู้นำทางที่เชี่ยวชาญ โดยอาจผ่านทางบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี หรือในเขตอำเภอสังขละบุรี หรือติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ ทั้งนี้เนื่องจากสภาพป่ามีลักษณะเป็นป่าดงดิบ อาจทำให้เกิดพลัดหลงได้ และควรสวมเสื้อผ้าในชุดเดินป่าที่รัดกุม เนื่องจากมีทากชุกชุมตลอดเส้นทางในทุกฤดูกาล.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (2)อุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม เป็นพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าเที่ยวชมอีกมาก ได้แก่
-น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นน้ำตกชั้นเตี้ยๆไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินปูน ซึงมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น กระแสน้ำไหลแผ่กระจายเป็นพื้นที่กว้าง มีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกเกริงกระเวียงตั้งอยู่ริมทางสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลยทองผาภูมิไปประมาณ 32 กิโลเมตร
-น้ำตกไดช่องถ่อง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เลขจากน้ำตกเกริงกระเวียงไปตามเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี 2 กิโลเมตรจะมีทางแยกซ้ายไปน้ำตกอีกประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเข้าตัวน้ำตกไม่ค่อยดีนัก เดินทางลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี มีสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้กางเต๊นท์พักแรม แต่ต้องนำเต๊นท์มาเอง
-น้ำตกทุ่งนางครวญ เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล สภาพน้ำตกยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเป็นหินปูน แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า 35 เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกทุ่งนางครวญ อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 190 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย 323 ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 26 (โดยสังเกตจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญจะมีทางแยกเข้าน้ำตก สภาพถนนเป็นถนนดิน ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อหรือรถกระบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 หากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวกสบาย สามารถติดต่อกับชาวบ้านเพื่อว่าจ้างหาผู้นำทางไปยังน้ำตกได้.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี (2)-ถ้ำดาวดึงส์ อยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยคนละด้านกับทางรถยนต์ ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำขึ้นไปบนเขาประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างวิจิตรพิสดารเหมือนโคมระย้าบ้าง เหมือนพระปรางค์ เหมือนเจดีย์และชายสไบบ้าง ภายในถ้ำมีอากาศโปร่ง แต่มืดสนิทต้องมีตะเกียงและคนคอยนำทางเข้าถ้ำ
ในการเที่ยวชมถ้ำละว้า น้ำตกไทรโยค และถ้ำดาวดึงส์ควรจัดเป็นรายการเดียวกัน เมื่อถึงกาญจนบุรีแล้วให้ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ไปยังท่าเสา ตรากิโลเมตรที่44-45 เยื้องกับสถานีน้ำตกแล้วแยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงท่าเรือปากแซงแล้วนั่งเรือหางยาวทวนน้ำขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมง จะถึงปากถ้ำจากถ้ำละว้านั่งเรือต่อไปอีก 1 ชั่วโมง จะถึงน้ำตกไทรโยค และจากน้ำตกไทรโยคนั่งเรือต่อไปอีก 25 นาทีจะถึงท่าเรือขึ้นถ้ำดาวดึงส์ แล้วเดินขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะถึงถ้ำดาวดึงส์
ถ้าไม่สะดวกลงเรือที่ปากแซงก็สามรถขับรถต่อไปจนถึงกิโลเมตรที่ 55-56 แยกซ้ายเข้าโรงแรมหมู่บ้านแม่น้ำแควแล้วเช่าเรือจากที่นี่ ซึ่งจะย่นระยะเวลาได้ประมาณ 40 นาที ส่วนการเดินทางโดยใช้รถประจำทางนั้นใช้รถสายกาญจนบุรี-ไทรโยคไปลงที่สถานีน้ำตก แล้วนั่งรถสองแถวเข้าไปยังท่าน้ำแล้วนั่งเรือต่อไปได้ บริเวณที่ทำการอุทยานฯมีบริการร้านอาหารและบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดติดต่อกองอุทยานแห่งชาติ โทร.02-579-7223,02-579-5734.
-ถ้ำสวรรค์วังบาดาล (ถ้ำวังบาดาล) เป็นถ้ำที่ถูกค้นพบโดยชาวบ้านอำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 63 กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกเขาพังประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้ำสวรรค์วังบาดาลนี้เป็นถ้ำขนาดเล็กแต่มีความลึกมาก ปากถ้ำเป็นช่องเล็ก ๆ เข้าไปได้ทีละคน จากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความลาดชัน และมีชื่อเรียกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น ถ้ำนี้มีความงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อน โดยชั้นที่ 7 เป็นชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำกว้าง 10 เมตรมีปลาอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าปลามีสีขาวทุกตัว จากความงามภายในถ้ำทำให้ชาวบ้านและผู้พบเห็นให้ชื่อว่า "ถ้ำสวรรค์วังบาดาล"
-ถ้ำไทรทองหรือถ้ำตา ตั้งอยู่ที่บ้านไทรทอง ตำบลลุ่มสุ่ม ห่างจากตัวอำเภอไทรโยค ประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายวังโพธิ์-บ้านท้ายเหมือง แล้วแยกเข้าเส้นทางสายบ้านพุน้อย-แก่งระเบิด ถึงบริเวณเชิงเขา ต่อจากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปยังปากถ้ำ ถ้ำไทรทองมีความกว้างของปากถ้ำ 20 เมตร ความยาวตลอดถ้ำประมาณ 100 เมตร มีอากาศถ่ายเท ตอนปลายถ้ำมีช่องเปิดสู่ด้านบนของภูเขามีหินงอกหินย้อยสวยงาม
-ช่องเขาขาด เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ การเดินทางไปชม ใช้เส้นทางสายไทรโยค-ทองผาภูมิ ถึงกิโลเมตรที่ 66 บริเวณที่ทำการของ กรป. กลาง มีทางแยกซ้ายไปช่องเขาขาดอีก 500 เมตร ช่องเขาขาดเป็นภูเขาที่ ถูกตัดเป็นช่องเพื่อสำหรับ สร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี (1)อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าประมาณ 8 กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงมีคูน้ำและแนวคันดินเป็นชั้นๆคล้ายกำแพงเมืองโบราณ ภายในเนื้อที่ 200 ไร่ เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.
อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอไทรโยค มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยคและได้ลงสรงน้ำในธารน้ำอันเย็นฉ่ำภายใต้ร่มเงาแห่งแมกไม้ของป่าใหญ่ และเป็นแรงบันดาลใจให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ทรงประพันธ์บทเพลง “เขมรไทรโยค” จนความงามของน้ำตกไทรโยคเป็นที่เลื่องลือ ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2512 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายคือ
-น้ำตกไทรโยคน้อยหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าน้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เป็นธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น มีน้ำตลอดทั้งปี เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะหน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมา จนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้วไหลมาตามลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังมีหัวรถจักรไอน้ำ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมเป็นการรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะ การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ติดกับถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวน้ำตก คือ ฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่มีน้ำมาก
-ถ้ำละว้า เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง อยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อย บริเวณปากถ้ำไม่กว้างมากนัก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆเช่น ห้องท้องพระโรง ห้องดนตรี และห้องม่าน แต่ละห้องมีหินงอก หินย้อย สวยงามแตกต่างกันไป นอกจากนี้ภายในถ้ำยังปรากฏหลักฐาน เช่น ฟันมนุษย์ ซึ่งทำให้สันนิษฐานได้ว่า แต่เดิมน่าจะเคยมีมนุษย์โบราณอาศัยอยู่
-น้ำตกไทรโยคหรืออีกชื่อหนึ่งว่าน้ำตกเขาโจน เพราะกระแสน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสู่แม่น้ำแควน้อยแรงมากราวกับกระโจนลงมา แยกเป็น 2 แพร่ง ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือเรียกว่าน้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้นๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร ทางด้านใต้เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากกว่า เรียกว่าน้ำตกไทรโยคเล็ก สามารถชมทัศนียภาพของน้ำตกไทรโยคได้โดยการเดินข้ามสะพานแขวนไปยังฝั่งตรงข้ามหรือโดยทางน้ำ ในฤดูหนาวจะสัมผัสบรรยากาศของความหนาวเย็นแห่งสายน้ำและขุนเขา ผ่านน้ำตกมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลยิ่งขึ้น น้ำตกไทรโยคมีน้ำตลอดทั้งปี แต่น้ำจะแรงมากในฤดูฝน.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี (2)วัดถ้ำมังกรทอง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขาใกล้ถ้ำ การเดินทางใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทองได้ เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขาที่ราวบันไดทั้ง 2 ข้าง สร้างขึ้นไว้เป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ บันไดมีทั้งหมด 95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตเอาไว้ดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ มีผู้สนใจมาชมเป็นประจำ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 600 ไร่ ประชาชนทั่วไปเรียกสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ว่า "สวนหิน" หรือ "อุทยานหิน" เพราะในบริเวณนั้นมีหินงอกอยู่เรียงรายอย่างมีระเบียบอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ลักษณะของหินเป็นรูปสัตว์นานาชนิดเรียงรายโดยทั่วไป การเดินทางไปสวนหิน เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือเดินทางจากหลักเมืองไปยังท่ารวมของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ ข้ามแพขนานยนต์ไปยังฝั่งตรงข้าม เดินทางผ่านสุสานสหประชาชาติ ถ้ำเขาหินปูนและเลี้ยวเข้าวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งไปตามถนนแสงชูโตผ่านสุสานสัมพันธมิตรถึงสามแยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปตามเส้นทางวัดเขาปูน จะถึงบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์มีระยะทาง 21 กิโลเมตร
ถ้ำสัตตบรรณคูหา จากทางเข้าสวนหินมาประมาณ 1 กิโลเมตร เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรกรรม มีทางแยกไปถ้ำอีก 1 กิโลเมตร บริเวณถ้ำเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ สภาพภูมิประเทศโดยรอบสวยงามและเงียบสงบ
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2091-2328 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 168 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม โบราณสถานโดยรอบมีวัดขุนแผน วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์
ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีประวัติเล่าว่า ขุนแผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงกิโลเมตรที่ 7-8 แยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี วิทยาลัยครูกาญจนบุรีอยู่บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข 323) ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นแหล่งแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือที่ใช้ในการจับปลา ภาชนะดินเผาก่อนประวัติศาสตร์หนังสือไทย โบราณและศิลปวัตถุต่างๆ เปิดให้ชมทุกวันเวลา 09.00-16.30 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า เป็นตำบลเล็กๆอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3229 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางวัดท่าโป๊ะประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2506 สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.
ถ้ำมะเดื่อ อยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ตัวถ้ำอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย คนละฝั่งกับปราสาทเมืองสิงห์ โดยอยู่ห่างจากปราสาทเมืองสิงห์ประมาณ 1 กิโลเมตร การเดินทางไปวัดถ้ำมะเดื่อต้องลงเรือข้ามฝากจากท่าเรือซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟท่ากิเลน ประมาณ 1 กิโลเมตร หรือถ้าไปทางรถยนต์ต้องไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่ตำบลบ้านเก่า และไปตามเส้นทางสายไปค่ายทหาร (ค่ายไทรโยค) ตัวถ้ำจะอยู่ห่างจากค่ายไทรโยคไปประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเดินทางไปถึง นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับทางจังหวัด เพื่อขอกุญแจเปิดประตูทางเข้าถ้ำมะเดื่อ ภายในถ้ำมีเนื้อที่กว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละคูหา ต้องใช้เวลาในการชมประมาณ 2 ชั่วโมง ทางวัดถ้ำมะเดื่อได้ติดต่อตั้งไฟฟ้าเพื่อให้เห็นความงดงามของถ้ำ
วัดถ้ำพุหว้า ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาด ร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนา ทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้ และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง การเดินทางไปยังวัดถ้ำพุหว้า สามารถใช้เส้นทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกาญจนบุรี-บ้านเก่า เลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด.

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี (1)สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตรมีป้ายเขียนบอกไว้อย่างชัดเจน.
ทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประทเศพม่า เส้นทางสายนี้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงคราม ทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้งบางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ การก่อสร้างเป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่าเพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรรวมทั้งกำลังพล เพื่อที่จะไปโจมตีพม่าและอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามและเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย.
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ จัดสร้างขึ้นเป็นกระท่อมที่มีสภาพคล้ายค่ายเชลยศึก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อม เป็นที่รวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจน เครื่องมือ เครื่องใช้ในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีเศษลูกระเบิดที่ตกอยู่ตามที่ต่างๆ ระหว่างสงครามแสดงไว้ในบริเวณรอบพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 -18.00 น.
สุสานสัมพันธมิตร เนื่องจากการเกณฑ์ทหารพันธมิตรมาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่าของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง คือ
1.สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก) อยู่ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟ กาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองออกไปทางเหนือประมาณ 1 กม. เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบ สงบ บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม
2.สุสานเขาปูน (ช่องไก่) บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปทางแม่น้ำแควน้อยประมาณ 2 กม.โดยทางเรือ นักท่องเที่ยวที่มีรถส่วนตัว ต้องนำรถข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าหน้าเมืองแล้วแล่นรถไปตามถนนลูกรังผ่านหมู่บ้านชาวประมงริมน้ำไป 3 กม.สุสานนี้อยู่ห่างจากริมฝั่งน้ำประมาณ 20 เมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี บรรจุศพเชลยศึกจำนวน 1,750 หลุมซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารชาวอังกฤษ.

คิดถึงเมืองกาญจน์แล้วอยากไปล่องแพ อยากไปเที่ยวน้ำตก
ขอบคุณข้อมูลความรู้ดีๆจ๊ะ

TOP

น้ำตกสวยจัง  น่าไปมาก  มีใครจัดทริปมั่ง

TOP

Gclubpanon  ศูนย์รวมคาสิโนดังของ Asia มากมายที่มีให้ท่านได้ร่วมสนุกกับเราไม่ว่าจะเป็นคาสิโนยอดนิยม และคาสิโนใหม่ ๆท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศจริง ภายในคาสิโนจริงทุกเกมส์ทางเรามีพนักงาน Call Center ไว้คอยบริการท่านด้วยความเป็นกับเองประทับ ในตลอด 24 ชม.
HOTLINE CALL CENTER   :  080-5597275 ,
081-3603042 , 082-1370648 , 081-1224019
www.Gclubpanon.com

TOP

กลับไปที่รายการ

เนติบัณฑิต