กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

สอบถามหน่อยครับ

นายA ป่วยเป็นโรคหัวใจและกำลังรอการรักษาโดยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ นาย ก เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจและจะเป็นผู้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับนายA ต่อมา นาย ก ได้สืบรู้มาว่า นายA เป็นชู้กับภรรยาของตนซึ่งมีเพียง นาย ก รู้เพียงผู้เดียวจึงคิดอยากจะฆ่านายA วันเกิดเหตุ ขณะที่นาย ก กำลังผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับนายAซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจและเครื่องบายพาสที่ทำหน้าที่แทนหัวใจเมื่อนำหัวใจออกไปแล้ว นาย ก จึงวางแผนที่จะฆ่านายA โดยการฉีดยาเข้าไปที่หัวใจอันใหม่ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนให้นายA เพื่อไม่ให้หัวใจทำงานได้โดยที่ไม่มีผู้ใดในห้องผ่าตัดรู้ถึงการกระทำของนาย ก เลยและเมื่อเปลี่ยนหัวใจอันใหม่เรียบร้อยหัวใจก็ไม่ทำงาน คณะแพทย์ในห้องผ่าตัดก็พยายามช่วยชีวิตนายA อย่างเต็มที่ ซึ่งนาย ก ก็พยายามทำด้วยเพื่อมิให้ใครสงสัยตน ในที่สุดคณะแพทย์ในห้องผ่าตัดก็ลงความเห็นว่า นายA เสียชีวิตแล้วและได้ออกมาแจ้งแก่ นางB ซึ่งเป็นมารดาของนายAให้ทราบเพื่อให้นางB เซ็นต์เอกสารให้แพทย์ปิดเครื่องบายพาสและเครื่องช่วยหายใจ นางB เสียใจมากจึงไปนั่งคิดหาวิธีที่จะช่วยลูกอยู่เป็นเวลา2ชั่วโมงจึงได้ความคิดว่าหัวใจขอตนน่าจะเข้ากับร่างกายของลูกได้จึงได้เขียนโน็ตบอกให้แพทย์นำหัวใจของตนไปเปลี่ยนให้ลูก แล้วนางBก็คว้าปืนพกที่ติดตัวมาจ่อยิงที่ศีรษะตนเองตาย ทางโรงพยาบาลจึงรีบนำหัวใจของนางB ไปเปลี่ยนให้กับนายA โดยเปลี่ยนคณะแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดใหม่ด้วย ผลปรากฎว่าประสบความสำเร้จหัวใจทำงานได้ปกติ นายA รอดชีวิต. อยากถามว่า นาย ก มีความผิดหรือไม่อย่างไร

ขอรบกวนหน่อยนะครับ อยากรู้จริงๆ
แบบละเอียดเลยยิ่งดีครับ ขอบคุณครับ

การกระทำของนาย ก. ต้องการที่จะฆ่านาย A ซึ่งนาย ก. ย่อมรู้ดีว่าขณะที่ตนเองจะฆ่านั้น นาย A ยังมีชีวิตอยู่ ตาม ม. 59 ว.3 และความต้องการที่จะฆ่าของนาย ก. นั้น คือประสงค์ที่จะให้นาย A ซึ่งเป็นชู้กับภรรยาตนถึงแก่ความตาย ตาม ม.59 ว. 2 จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาประสงค์ต่อผลคือให้นาย A ถึงแก่ความตาย เมื่อการกระทำของนาย ก. ขณะที่ตนเองอยู่ในฐานะเป็นแพทย์ผู้รักษาชีวิตคน พิจารณาแล้วจะต้องรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะให้นาย A ถึงแก่ความตาย ดังนั้น เมื่อ นาย ก วางแผนที่จะฆ่านายA โดยการฉีดยาเข้าไปที่หัวใจอันใหม่ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนให้นายA เพื่อไม่ให้หัวใจทำงานได้โดยที่ไม่มีผู้ใดในห้องผ่าตัดรู้ถึงการกระทำของนาย ก เลยนั้น เป็นการกระทำโดยการไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289(4) และเมื่อเปลี่ยนหัวใจอันใหม่เรียบร้อยหัวใจก็ไม่ทำงาน ตามความประสงค์ของนาย ก. แต่หลังจากที่นาง B มารดาให้คณะแพทย์นำหัวใจของตนไปเปลี่ยนให้กับนายA โดยเปลี่ยนคณะแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดใหม่ด้วย ผลปรากฏว่าประสบความสำเร็วหัวใจทำงานได้ปกติ นาย A รอดชีวิต นั้น แม้ในทางพิจารณาจะได้ความว่านาย A ยังไม่ตายตามความประสงค์ของนาย ก. นาย ก. จึงรับผิดต่อนาย A ในความผิดฐานพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อาญา ม. 289(4), 59, 80  สำหรับนาง B เป็นการฆ่าตัวตายไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด อีกทั้ง นาย ก. ก็ไม่สามารถเล็งเห็นได้ว่าการกระทำของตนจะทำให้นาง B ฆ่าตัวตาย จึงไม่มีความรับผิดต่อนาง B  (พิจารณาให้ด้วยครับ)

TOP

กลับไปที่รายการ

เนติบัณฑิต