050253- วิแพ่งภาค 1 อ.ไพฤทธิ์ -300153
050253- วิแพ่งภาค 1 อ.ไพฤทธิ์ -300153
การยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
มาตรา 149 ค่าฤชาธรรมเนียม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าสืบพยานหลักฐานนอกศาล ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพยาน ผู้เชี่ยวชาญ ล่าม และเจ้าพนักงานศาล ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ตลอดจนค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ บรรดาที่กฎหมายบังคับให้ชำระ
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ว่าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ค่าธรรมเนียมศาลที่เป็นค่าขึ้นศาล ให้คู่ความผู้ยื่นคำฟ้องเป็นผู้ชำระเมื่อยื่นคำฟ้อง
ค่าธรรมเนียมศาลนั้น ให้ชำระหรือนำมาวางศาลเป็นเงินสดหรือเช็คซึ่งธนาคารรับรอง โดยเจ้าพนักงานศาลออกใบรับให้ หรือตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
คำฟ้อง คำฟ้องอุทธรณ์ คำฟ้องฎีกา คำร้องสอด คำให้การ หรือคำร้องคำขออื่นซึ่งได้ยื่นต่อศาลพร้อมคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตาม มาตรา 156 ตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนคำร้องดังกล่าว ไม่ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมศาลและเงินวางศาลมาชำระ เว้นแต่ศาลจะได้ยกคำร้องนั้นเสีย
กระบวนการพิจารณาในการยกเว้นค่าธรรมเนียม
มาตรา 155 คู่ความซึ่งไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลอาจยื่นคำร้อง(ตามมาตรา 21)ต่อศาลขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นหรือชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 156 และมาตรา 156/1 (เป็นคำร้องธรรมดาที่ต้องส่งสำเนา ไม่มีประเด็นชี้ขาดแห่งคดี)
ในการทำคำร้องต้องบรรยายว่าทำไมถึงไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมได้
คู่ความทุกฝ่ายสามารถเสนอคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลได้ ต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเสมอ เป็นผู้พิจารณาและศาลชั้นต้นเป็นผู้สั่ง
มาตรา 156 ผู้ใดมีความจำนงจะขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดี ให้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่จะฟ้องหรือได้ฟ้องคดีไว้นั้นพร้อมกับคำฟ้อง คำฟ้องอุทธรณ์ คำฟ้องฎีกาคำร้องสอด หรือคำให้การ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าบุคคลนั้นตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลในภายหลัง จะยื่นคำร้องในเวลาใด ๆ ก็ได้ (ก่อนศาลพิพากษา)
การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้ร้องอาจเสนอพยานหลักฐาน(ที่แสดงว่าไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียม เช่นสัญญากู้ บัญชีเดินสะพัด เป็นต้น ไม่ใช่แสดงมูลหนี้ตามฟ้อง)ไปพร้อมคำร้องและหากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้ดำเนินการไต่สวนโดยเร็วเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้งดการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนั้นไว้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาสั่งคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะถึงที่สุดก็ได้ตามที่ศาลเห็นสมควร
คำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ต้องยื่นศาลชั้นต้นเสมอ ไม่ว่าจะร้องศาลชั้นใด
มาตรา 156/1 (การไต่สวน) เมื่อศาลพิจารณาคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเสร็จแล้วให้ศาลมีคำสั่งโดยเร็ว โดยศาลจะมีคำสั่งอนุญาตทั้งหมด (752/2529, 694/2546) หรือ แต่เฉพาะบางส่วน หรือยกคำร้องนั้นเสียก็ได้
ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องเช่นว่านั้น เว้นแต่จะเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ร้องไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือหากผู้ร้องไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกิน สมควรเมื่อพิจารณาถึงสถานะของผู้ร้อง และในกรณีผู้ร้องเป็นโจทก์หรือผู้อุทธรณ์หรือฎีกา การฟ้องร้องหรืออุทธรณ์หรือฎีกานั้นมีเหตุผลอันสมควรด้วย(การฟ้องต้องแสดงว่าคดีโจทก์มีมูล ถ้าเป็นผู้อุทธรณ์หรือฎีกาต้องแสดงให้ปรากฏว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ 224 หรือฎีกา 248)
เมื่อคู่ความคนใดได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นแล้วยื่นคำร้องเช่นว่านั้น ในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา แล้วแต่กรณีอีก ให้ถือว่าคู่ความนั้นยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือหากไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแล้วจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรอยู่ เว้นแต่จะปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วน หรือมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลได้ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์(ไม่ใช่ศาลชั้นต้น)เช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด (ออกสอบวรรคนี้บ่อยที่สุด)
สรุป ในการพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียม มีเหตุผลอันสมควรในการฟ้องคือ ในศาลชั้นต้น -คดีมีมูล ในศาลชั้นอุทธรณ์ ฎีกา---ไม่ต้องห้าม
กรณีที่ 1 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมในศชต ศาลชั้นต้นพิจารณาหรือไต่สวนแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตบางส่วนหรือยกคำร้อง ผู้ขออุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน คำสั่งศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด
กรณีที่ 2 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมในชั้นศาลอุทธรณ์ ยื่นคำร้องพร้อมอุทธรณ์ต่อศชต ศชต พิจารณาและสั่ง ศชต อนุญาตบางส่วนหรือยกคำร้อง ผู้ขออุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วันคำสั่งของศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด
กรณีที่ 3 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกา ยื่นคำร้องพร้อมอุทธรณ์ต่อศชต ศชตสั่งอนุญาตบางส่วนหรือยกคำร้อง ผู้ร้องขอฎีกาภายใน 7 วันคำสั่งของศาลฏีกาถือเป็นที่สุด
752/2529 ค้นไม่พบ (ถ้าศาลสั่งว่าอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งหมด ถือเป็นที่สุด)
694/2546 คำสั่งศาลเกี่ยวกับการฟ้องคดีอย่างคนอนาถา เป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้ขอไม่มีผลถึงคู่ความอื่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มิได้บัญญัติให้คู่ความอื่นที่มิได้ยื่นคำขอพิจารณาคดีอย่างคนอนาถามีสิทธิ อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่า ธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์บางส่วนได้
ผลของการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
มาตรา 157 เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลใด บุคคลนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น ค่าธรรมเนียมเช่นว่านี้ให้รวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา ถ้าเป็นกรณีที่ศาลอนุญาตในระหว่างการพิจารณา การยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้นให้ใช้บังคับแต่เฉพาะค่าธรรมเนียม ศาลและเงินวางศาลที่จะต้องเสียหรือวางภายหลังคำสั่งอนุญาตเท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมศาลหรือเงินวางศาลที่เสียหรือวางไว้ก่อนคำสั่งเช่นว่านั้น เป็นอันไม่ต้องคืน
มาตรา 158 ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของคู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลพิพากษาในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม โดยสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชำระต่อศาลในนามของผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลซึ่งค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามที่ศาลเห็นสมควร
ยึดทรัพย์สิน ----> กรรมสิทธิ์เป็นของผู้ถูกยึด
อายัด ----> กรรมสิทธิ์เป็นของผู้อื่น แต่ผู้ถูกอายัดมีนั้นสิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินนั้น เช่น ดอกเบี้ย ปันผล เงินฝากในธนาคาร เป็นต้น
มาตรา 159 ถ้าปรากฏต่อศาลว่าผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นสามารถเสียค่า ธรรมเนียมศาลได้ตั้งแต่เวลาที่ยื่นคำร้องตามมาตรา ๑๕๖ หรือในภายหลังก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี ให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลนั้นชำระค่าธรรมเนียมศาลที่ได้รับยกเว้นต่อศาลภายใน ระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้น ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไว้รอคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่า
(1) ค่าฤชาธรรมเนียมจะเป็นพับแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลมีคำสั่งให้เอาชำระค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น จากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่งตามจำนวนที่ศาลเห็น สมควร
(2) คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนผู้ ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชำระค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลในนาม ของผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ศาลเอาชำระค่าธรรมเนียมศาลนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าว ไว้ในวรรคหนึ่งตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร หรือ
(3) ผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่ บางส่วนแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีคำสั่งให้เอาชำระค่าฤชาธรรมเนียมนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด ดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่ง ส่วนค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น ให้เอาชำระจากทรัพย์สินที่เหลือถ้าหากมี ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา 160 (ดูมาตรา 31(2) ประกอบ) ถ้าผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลประพฤติตนไม่เรียบร้อย เช่น ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญถึงขนาด หรือกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือจงใจประวิงความเรื่องนั้น ศาลจะถอนการอนุญาตเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ และบุคคลเช่นว่านั้นจำต้องรับผิดเสียค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับกระบวนพิจารณาภาย หลังที่ศาลได้ถอนการอนุญาตนั้นแล้ว
มาตรา 31 ผู้ใดกระทำการอย่างใด ๆ ดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ถือว่า กระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
(1) ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตาม มาตรา ก่อนอันว่า ด้วยการรักษาความเรียบร้อย หรือประพฤติตนไม่เรียบร้อยใน บริเวณศาล
(2) เมื่อได้มีคำร้องและได้รับอนุญาตจากศาลให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 156/1 แล้ว ปรากฏว่าได้แสดงข้อเท็จจริงหรือเสนอพยานหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลในการไต่ สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
(3) เมื่อรู้ว่าจะมีการส่งคำคู่ความหรือส่งเอกสารอื่น ๆ ถึงตน แล้วจงใจไปเสียให้พ้น หรือหาทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับคำคู่ความ หรือเอกสารนั้นโดยสถานอื่น
(4) ตรวจเอกสารทั้งหมดหรือฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งอยู่ในสำนวน ความหรือคัดเอาสำเนาเอกสารเหล่านั้นไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา 54
(5) ขัดขืนไม่มาศาลเมื่อศาลได้มีคำสั่งตาม มาตรา 19 หรือมีหมายเรียกตาม มาตรา 277
• เมื่อยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแล้วให้เสนอหลักฐานไปพร้อมกับคำร้อง ศาลจะไต่สวนหรือไม่ก็ได้ แต่ในคำร้องนั้น ถ้าขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นจะต้องระบุว่าคดีมีมูล ถ้าขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาต้องระบุว่าคดีไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ต้องห้ามฎีกา
• ถ้าศาลตรวจคำร้อง คำฟ้อง คำฟ้องอุทธรณ์หรือคำฟ้องฎีกาแล้วเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลหรืออุทธรณ์ ฎีกาต้องห้าม ศาลจะสั่งแต่เพียงว่าคดีไม่มีมูลหรือคดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์หรือฎีกา แล้วสั่งอย่างเดียวคือยกคำร้องเท่านั้น จะสั่งไม่รับฟ้องหรือยกฟ้องไม่ได้ (256/2507)
• ยกคำร้องหากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน 15 วัน ศาลจึงจะใช้มาตรา 18 ในการตรวจฟ้องต่อไปได้
• ถ้าคดีไม่มีมูลยกคำร้อง หากประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำค่าธรรมเนียมมาวาง ต้องใช้มาตรา 179 180 มาแก้ เพื่อให้คดีมีมูลฟ้องต่อได้ ยกฟ้อง ถ้านำมาฟ้องใหม่เป็น ฟ้องซ้ำตามมาตรา 148
256/2507 กรณีที่โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา นั้นถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องไม่ได้ ต้องห้าม ก็พึงสั่งยกคำขอเสียหาควรก้าวล่วงข้ามขั้นไปสั่งไม่รับฟ้องเสียทีเดียวไม่ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้น พิจารณาสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรค 3 คืนค่าธรรมเนียมศาลอุทธรณ์ฎีกาในชั้นนี้ให้โจทก์
866/2518 โจทก์ยื่นฟ้องและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลสั่งรับคำร้องนั้นและนัดไต่สวนคำร้อง ครั้นถึงวันนัดโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลจะถือว่าเป็นการทิ้งฟ้องและสั่งให้จำหน่ายคดีเสียย่อมไม่ชอบด้วยกระบวน พิจารณา เพราะในชั้นนี้ศาลเพียงแต่สั่งรับคำร้องขอดำเนินคดีอนาถา และสั่งให้ไต่สวนคำร้องเท่านั้น ยังมิได้สั่งรับคำฟ้องไว้เพียงแต่ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาให้ไต่สวนให้ได้ ความว่าโจทก์เป็นคนอนาถาจริง จึงต้องยกคำร้องเสีย หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็กำหนดให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาล ภายในเวลาที่ศาลจะกำหนดเท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเป็นโจทก์เมื่อศาลสั่งรับคำร้องแล้วรับสำเนาจะต้องส่งสำเนาคำฟ้องไปด้วย แต่เมื่อจำเลยรับคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลของโจทก์ จำเลยก็มีสิทธิยื่นคำให้การตามมาตรา 177
ถ้าคดีแพ่งเรื่องนั้นดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมีผู้เยาว์เป็นคู่ความในคดีและมีผู้แทนโดยชอบธรรมและประสงค์จะขอยกเว้นค่าธรรมเนียมแทนผู้เยาว์จะต้องระบุในคำร้องว่าผู้เยาว์ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม หากไม่ได้รับยกเว้าค่าธรรมเนียมศาลแล้วจะเดือดร้อนเกินสมควร
การยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นนิติบุคคลก็ขอได้
ในกรณีที่พนักงานอัยการดำเนินคดีแพ่งแทนเช่นฟ้องคดีอุทลุม พนักงานอัยการจะขอยกเว้นค่าธรรมศาลไม่ได้ เพราะ ค่าธรรมเนียมศาลนั้นเบิกจ่ายได้จากงบประมาณอยู่แล้ว
เวลาศาลสั่งนัดไต่สวน เป็นหมายศาล ศาลจะออกโดยตรง เจ้าพนักงานศาลเป็นคนดำเนินการ
2524/2527 ค้นไม่พบ พบเป็นพรบ แรงงาน
ถ้าคดีแพ่งนั้นมีการขอคุ้มครองชั่วคราว 254 และมีการขอยกเว้นค่าธรรมเนียม 156 ด้วย ศาลต้องสั่งเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมก่อนแล้วจึงสั่งไปถึงเรื่องการขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ถ้าเป็นการขอเหตุฉุกเฉินตามมาตรา 266 มาด้วย ต้องพิจารณาคำร้องฉุกเฉินก่อน
ในกรณีคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 254 และโจทก์ขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 257 ประกอบ 263 ขอยกเว้นไม่ได้เพราะไม่ใช่ค่าธรรมเนียมศาล เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องเอาเงินมาวาง
3156/2527 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155 การดำเนินคดีอย่างคนอนาถามีได้เฉพาะเกี่ยวกับเรื่องค่าธรรมเนียมศาลเท่านั้น แต่กรณีที่จะต้องนำหลักประกันมาประกันการชำระหนี้เพื่อขอทุเลาการบังคับตาม คำพิพากษามิใช่เรื่องค่าธรรมเนียมศาล จึงจะขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาหาได้ไม่
ในกรณีที่ศาลสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแต่เฉพาะบางส่วน ศาลต้องสั่งต่อไปว่าให้นำค่าธรรมเนียมที่ต้องนำมาวางภายใน….วัน
ถ้าไม่วางศาล จะสั่งในคำฟ้องว่า ครบกำหนดวางค่าธรรมเนียมแล้ว โจทก์ไม่วางภายในกำหนด ต้องมีคำสั่งไม่รับฟ้องเฉพาะส่วนที่ไม่วางค่าธรรมเนียมเท่านั้น
34/2513 แก้ฟ้องได้
โจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนและสั่งอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้ในทุน ทรัพย์ซึ่งน้อยกว่าที่โจทก์ขอมาในท้ายฟ้อง ก็เท่ากับศาลรับฟ้องของโจทก์ในจำนวนทุนทรัพย์ที่อนุญาต ส่วนทุนทรัพย์ที่เกินกว่านั้น. เมื่อศาลกำหนดให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระใน 15 วัน หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ก็น่าที่ศาลจะไม่รับฟ้องของโจทก์เฉพาะในทุนทรัพย์ที่เกินนั้นไว้พิจารณา หาใช่สั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เสียทั้งหมดไม่ ต่อมาเมื่อปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอลดทุนทรัพย์ลงเท่ากับจำนวนที่ศาล อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงไม่ใช่เรื่องโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลจึงต้องประทับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการพิจารณาเพียงเท่าทุนทรัพย์ที่ศาล อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
เงินค่าธรรมเนียมศาลที่จะขอยกเว้นได้ตามมาตรา 156 ได้แก่ค่าธรรมเนียมดังนี้ ค่าขึ้นศาล ค่าคำขอ ค่าคำร้อง ค่าแต่งทนายความ เป็นต้น (เงินต่อไปนี้ จะขอยกเว้นไม่ได้ต้องวางศาลคือ เงินที่ต้องวางศาลตามมาตรา 253 มีเหตุแน่นแฟ้นว่าโจทก์จะไม่วางค่าธรรมเนียมศาล เงินค่าส่งหมายค่าพาหนะ ค่าป่วยการพยาน ค่าแผนที่ 1915/2534)
ต้องเป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับรัฐขอยกเว้นได้ แต่จ่ายให้กับบุคคลยกเว้นไม่ได้
1915/2534 ค่าส่งหมายมิใช่ค่าธรรมเนียมศาล แต่เป็นค่าธรรมเนียมในการส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นใด ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7(พ.ศ. 2502)ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งพ.ศ. 2477 ข้อ 5 ซึ่งผู้ขอต้องเสียค่าป่วยการและค่าพาหนะให้แก่เจ้าพนักงาน แม้จำเลยที่ 3 จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาก็ไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วน นี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ 3 นำส่งสำเนาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติถือว่าทิ้งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ แพ่ง มาตรา 174 ต้องจำหน่ายคดี ตาม มาตรา132(1),246.
เมื่อศาลสั่งว่าอนุญาตให้ยกเว้นบางส่วนหรือยกคำร้อง จะสั่งให้นำค่าธรรมเนียมมาภายใน 15 วันไม่ใช่มาตรา 23 เป็นอำนาจของศาลทั่วไป ในการวางค่าฤชาธรรมเนียม
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วนหรือยกคำร้อง 156/1 วรรคท้าย การบอกให้มาวางศาล 15 วันไม่ใช่เรื่องขยายเวลาเป็นเรื่องอำนาจศาลที่มีอยู่ ก่อนสิ้นระยะเวลา 15 วันมีพฤติการณ์พิเศษเพื่อขอตามมาตรา 23 อุทธรณ์ แล้วยกคำร้อง จะฎีกาได้หรือไม่ คำสั่งที่ไม่อนุญาตและไม่อุทธรณ์ภายใน 7 วันถือว่าถึงที่สุดแล้วฎีกาไม่ได้
เพราะเป็นคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตซึ่งถึงที่สุดแล้ว
1835/2546 จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำ สั่งไม่อนุญาต จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต คำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในเวลาต่อมา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ออกไปอีกเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้ อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ต่อไปอีก
495/2549 เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์อย่างคนอนาถา หากจำเลยที่ 1 ยังคงติดใจอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยที่ 1 นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออก ไปอีก แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก |